แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ เกร็ดความรู้ แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ เกร็ดความรู้ แสดงบทความทั้งหมด

สูตรลดพุงล้างไขมันในลำไส้ พุงยุบไวใน 7 วัน
สูตรลดพุงล้างไขมันในลำไส้ พุงยุบไวใน 7 วัน
โทษไขมันเกาะในร่างกาย+สูตรลดหน้าท้องล้างใส้
สาวๆที่สะสมไขมันไว้ในร่างกาย บอกเลยนะคะว่าไม่ได้ดีอย่างที่คิด ในวันนี้เราเลยมาแชร์ข้อมูลโทษของไขมันที่เกาะในร่างกายของเรา ส่งผลอะไรกันบ้าง
โทษที่เกิดจากการที่ไขมันเกาะในผนังลำไส้ กระเพาะอาหารนั้น หากสะสมมาเป็นระยะเวลานานจะทำให้เกิดข้อบกพร่องในเรื่องของการเผาผลาญ และสิ่งที่ตามมานั่นก็คือโรคอ้วน และโรคต่างๆเช่น
1. ถุงน้ำดี ทำให้นอนไม่หลับ อารมณ์ฉุนเฉียว นิ่วในไต สายตาเสื่อม ปวดเมื่อยตามร่างกาย
2. เลือดเลี้ยงสมองไม่พอ ทำให้มึนศีรษะ
3. ไตเสื่อม ทำให้ความจำลดลงและเป็นคนขี้หนาว
4. ม้ามชื้น ทำให้อาหารที่กินเข้าไปแปรสภาพเป็นไขมันเป็นผลทำให้อ้วนง่าย
5. ม้ามโต ทำให้เหนื่อยง่ายเพราะม้ามไปเบียดปอด
6. ถ้าไขมันเกาะลำไส้เล็กมากๆ จะทำให้ลำไส้เล็กไม่สามารถดูดซึมวิตามินซีได้ เป็นผลทำให้เป็นหวัดในตอนเช้าหรือหวัดเรื้อรัง กลั้นปัสสาวะไม่อยู่ เกิดโรคภูมิแพ้ ทำให้จามในตอนเช้า
7. ถ้าไขมันในตับสูง การสร้างเม็ดเลือดจะลำบาก ฉะนั้นการดื่มตามสูตรนี้ นอกจากช่วยลดหน้าท้อง ยังส่งผลให้อาการป่วยทั้ง 7 ประการนี้หายไป ด้วย

มาแชร์สูตรล้างลำใส้่กะทุ้งไขมันเกาะไว้กะเทาะกะแทะออกไปและยังช่วย ลดไขมันหน้าท้องได้อี๊กฉะน้าน เรามาป้องกันการเกิดไขมันเกาะในผนังลำไส้และก่อโรคอ้วน
หน้าท้องเป็นส่วนหนึ่งของร่างกายที่จะบ่งบอกถึงว่า ตอนนี้สภาพร่างกายคุณเป็นอย่างไร นั้นก็หมายถึงอาหารที่คุณกินเข้าไปมันเข้ามันสะสมจนทำให้คุณมีไขมันหน้าท้องมาก และจะทำให้คุณกลายเป็นคนอ้วนไปในที่สุด และหน้าท้องเมื่อมีไขมันสะสมแล้วก็ลดยากเสียด้วยพอ ๆ กับไขมันที่สะโพกนั่นแหละ เราจึงมีวิธีทำสูตรนี้มาแนะให้ทำกันค่ะ
สูตรลดหน้าท้องนี้จะช่วยปรับสมดุลร่างกายและควบคุมน้ำหนัก ผู้ที่รักสุขภาพ และผู้ที่มีปัญหาสุขภาพ เช่น โรคปวดข้อ เป็นตะคริวอยู่บ่อยๆ หรือโรคอ้วน สามารถนำวิธีนี้ไปใช้ดื่มเป็นประจำ เพื่อสุขภาพที่ดี และช่วยบรรเทาโรคต่างๆ ได้

สูตรโล๊ะไขมันเกาะ ออกให้หมด
ส่วนผสม
1. นมสดรสจืด 1 กล่อง
2. โยเกิร์ตรสจืด ครึ่งถ้วย
3. น้ำผึ้ง 1 ช้อนโต๊ะ
4. มะนาว 1 ลูก
น้ำผึ้ง จะพบว่าในน้ำผึ้งมีสารเอนติออกซิเดนท์ เช่นเดียวกับที่มีในผักใบเขียวและยังมีวิตามินบี ซี ฟอสฟอรัส แคลเซียม เกลือแร่ และกรดอะมิโน ซึ่งมีประโยชน์ต่อสุขภาพ และช่วยชะลอความเสื่อมของเซลล์ แร่ธาตุที่กล่าวมาล้วนมีความจำเป็นต่อร่างกายที่จะเข้าไปซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอ บำรุงโลหิต
นำส่วนผสมทั้งหมดผสมให้เข้ากันชิมรสตามใจชอบ และต้องดื่มตอนเช้า มื้อเดียวก่อนอาหาร มื้ออื่นไม่เห็นผล มะนาวก็ควรบีบแล้วกินทันที เพื่อรักษาคุณสมบัติวิตามินซีไว้ และควรดื่มน้ำตาม 1-2 แก้ว จะเห็นผลดียิ่งขึ้น
สรรพคุณไม่ใช่ยาลดน้ำหนักโดยตรง แต่จะปรับธาตุ ล้างพิษในลำไส้ ล้างไขมัน กินวันแรกๆ จะ เห็นเลยว่าอุจจาระจะเป็นสีดำ และไล่ลมในกระเพาะดีมาก ระยะต่อมา เมื่อลำไส้และกระเพาะอาหารในร่างกายปรับตัวได้กับอาหารที่กินแล้วจะเข้าสู่ ภาวะปกติ แต่ต่อมาจะมีความรู้สึกว่าหน้าท้องยุบลงเนื่องจากจุลินทรีย์ในโยเกิร์ต ทำให้ลำใส้ทำงานได้ดีไม่ทำให้ลำใส้บวมหน้าท้องป่องควรกินทุกเช้าติดต่อกันทุกวัน
เรียบเรียงโดย : Postsara
ขอขอบคุณ : ธรรมชาติบำบัด อ.สุทธิวัสน์
Facebook Comments
ระวัง สำคัญมาก ไฟเตือนบนหน้าปัด อันตรายอย่ามองข้าม ผู้ใช้รถต้องรู้
เวลาที่เราเสียบกุญแจแล้วบิดสวิตช์ไปตำแหน่งเปิดเราจะเห็นสัญญาณไฟเตือนต่างๆ ที่ขึ้นมาที่หน้าปัดรถยนต์ หรือที่เราเรียกว่า “สัญญาณเตือนที่คอนโซลหน้ารถ” เราควรที่จะทำความเข้าใจเอาไว้ว่าสีของสัญญาณต่างๆ บอกอะไรแก่เราบ้าง แบบไหนที่เรียกว่าอาการหนัก แบบไหนที่เรายังสามารถขับต่อไปได้อย่างไม่เป็นอันตราย และแบบไหนที่บอกสถานะว่ากำลังใช้งานอยู่ เรามาทำความรู้จักเถอะ เพื่อความปลอดภัยในการขับขี่ยวดยานพาหนะกัน
สัญญาณเตือนไฟสีแดง หมายถึง ให้ตรวจสอบโดยทันทีหรือหยุดใช้งานเพื่อความปลอดภัย
สัญญาณเตือนไฟสีเหลือง หมายถึง การเตือนให้ตรวจสอบแต่ยังใช้งานได้
สัญญาณเตือนสีเขียว/สีน้ำเงิน หมายถึง กำลังใช้งานอยู่
สัญญาณเตือนไฟสีแดง เช่น
สัญญาณเตือนไฟสีเหลือง เช่น
สัญญาณเตือนไฟสีเขียว/สีน้ำเงิน เช่น1. อุณหภูมิเครื่องยนต์
มาตรวัดตัวนี้จะเป็นตัวบอกความร้อนในตัวเครื่องยนต์ โดยมีทั้งแบบเข็มและแบบดิจิตอล แสดงระหว่างตัว C (Cool) และตัว H (Heat) โดยบางรุ่นเมื่ออุณหภูมิปกติ จะอยู่ตรงกลางระหว่าง C และ H แต่ในบางรุ่นจะอยู่ต่ำกว่าครึ่งมานิดหน่อย ซึ่งถ้าเข็มนี้ขึ้นเกินครึ่งมาเมื่อไหร่ แสดงว่าระบบระบายความร้อนในเครื่องยนต์เริ่มมีปัญหา ต้องตรวจสอบหม้อน้ำหรือพัดลมระบายอากาศ เพราะถ้าปล่อยให้เครื่อง Over Heat จนเครื่องยนต์ดับ คราวนี้ต้องซ่อมกันขนานใหญ่แน่นอน
แต่สำหรับบางรุ่นอาจจะไม่มีมาตรวัดตัวนี้ แต่จะมีสัญลักษณ์แสดงขึ้นมาเมื่อมีความผิดปกติของความร้อนเลย ถ้าแสดงขึ้นมาเมื่อไหร่ ให้รีบหาที่จอดแล้วดับเครื่อง จากนั้นให้ตรวจสอบปัญหาทันที
2. ระดับน้ำมัน
แน่นอนว่า ถ้าเราไม่รู้ว่ารถเราเหลือน้ำมันอยู่เท่าไหร่ ก็จะต้องขับไปพะวงไปแน่ๆว่าน้ำมันจะหมดกลางทางมั้ย ซี่งการแสดงผลก็มีทั้งแบบเข็มและแบบดิจิตอลเช่นกัน โดยในบางรุ่นสามารถบอกได้ถึงขนาด น้ำมันในถัง จะเหลือให้วิ่งได้อีกไกลแค่ไหน ซึ่งในทุกรุ่น จะมีสัญลักษณ์เป็นตู้จ่ายน้ำมัน พร้อมลูกศรเล็กๆที่อยู่ข้างๆ โดยลูกศรนี้จะเป็นตัวชี้ว่า รถของเราฝาถังน้ำมันอยู่ข้างไหน3. เตือนระดับน้ำมันต่ำ
สัญลักษณ์นี้จะแสดงเป็นรูปตู้จ่ายน้ำมันสีแดงหรือส้มแล้วแต่รุ่น ซึ่งเมื่อแสดงมาเมื่อไหร่ แสดงว่าน้ำมันในถังอยู่ในระดับต่ำแล้ว ให้เติมน้ำมันก่อนที่น้ำมันจะหมด โดยส่วนใหญ่ที่พบ น้ำมันจะเหลืออยู่ในถังอีกประมาณ 10-15% ของความจุถังถึงจะเริ่มแสดงขึ้นมา โดยจะวิ่งต่อได้อีกประมาณ 40-100 กิโลเมตร ขึ้นอยู่ว่าเป็นรถรุ่นไหน
4. วัดระยะทาง
ตัวเลขวัดระยะทาง จะบอกถึงความไกลของรถเราว่าวิ่งมาได้ขนาดไหนแล้ว โดยส่วนใหญ่ในปัจจุบันจะเป็นตัวเลขดิจิตอล 3 ชุดคือ Trip A, Trip B และระยะทางรวม ODO (ในบางรุ่นอาจแตกต่างจากนี้) ซึ่งใน Trip A และ B เราสามารถที่จะ Reset หรือตั้งค่าให้กลับมาเป็น 0 เมื่อไหร่ก็ได้ แต่ระยะทางรวม ODO นั้น เป็นระยะทางการใช้งานรวมของรถคันนั้น จะไม่สามารถตั้งระยะใหม่ได้ด้วยตัวเอง แต่ถ้าช่างที่มีอุปกรณ์และความชำนาญ ก็จะแก้ไขเลขตัวนี้ได้ไม่ยาก
5. ไฟหน้า
อุปกรณ์สำคัญที่รถทุกคันต้องมี โดยส่วนใหญ่แล้ว สัญลักษณ์เมื่อเปิดไฟหน้า ตัวดวงไฟจะแสดงเป็นสีเขียวหรือสีส้มอำพัน แตกต่างกันไปในแต่ละรุ่น แต่ถ้ามีดวงไฟสีน้ำเงินหรือฟ้าขึ้นมา แสดงว่าตอนนั้นมีการเปิดไฟสูงไว้ ถ้าไม่จำเป็นต้องใช้งานก็ให้รีบปรับมาเป็นไฟปกติดีกว่า
6. ประตู
ถ้ามีรูปรถยนต์ที่เปิดประตูค้างไว้แบบนี้เปิดขึ้นมา แสดงว่าต้องมีประตูใดประตูหนึ่งยังไม่ปิด หรือปิดแล้วยังปิดไม่สนิท ให้ตรวจสอบแล้วปิดใหม่อีกครั้ง
7. เบรก
สัญลักษณ์เบรกนี้ ส่วนใหญ่จะขึ้นใน 2 กรณีคือ เมื่อมีการดึงเบรกมือ หรือลดเบรกมือยังไม่สุด สัญลักษณ์นี้ก็จะติดขึ้นมา แต่ถ้าลดเบรกมือแล้วยังไม่ดับ คงต้องตรวจสอบระบบเบรก ซึ่งอย่างแรกที่ต้องดูคือระดับน้ำมันเบรก เพราะส่วนใหญ่แล้วสัญลักษณ์จะแจ้งเมื่อน้ำมันเบรกลดลงต่ำกว่าระดับปกติครับ แต่สำหรับบางรุ่นจะแยกกันระหว่างระบบเบรกกับเบรกมือไว้แยกจากกัน โดยระบบเบรกจะเป็นเครื่องหมายตกใจ ส่วนเบรกมือ จะเป็นตัว P ให้ลองอ่านที่คู่มือประจำรถดูก่อน
8. แบตเตอรี่
หลายคนยังเข้าใจผิดว่า เมื่อมีอาการแบตเตอรี่เสื่อม ตัวสัญลักษณ์นี้จะแดงขึ้นมา จริงๆแล้วสัญลักษณ์นี้จะแสดงขึ้นมา เมื่อการทำงานของไดร์ชาร์จมีความผิดปกติ ไม่จ่ายไฟเข้าไปเก็บที่แบตเตอรี่หรือไม่มีการจ่ายไฟเข้าใช้งานในระบบรถยนต์ เมื่อไฟแบตเตอรี่แสดง ก็เตรียมตัวซ่อมไดร์ชาร์จได้เลย
9. หัวเผา
ในรถยนต์ดีเซล จะมีสัญลักษณ์เพิ่มเติมขึ้นมาเป็นรูปเหมือนขดลวด ตัวนี้จะแสดงถึงการทำงานของหัวเผา ที่ทำความร้อนก่อนการสตาร์ทเครื่อง เพื่อให้การจุดระเบิดในห้องเครื่องเกิดขึ้นได้ง่าย โดยทุกครั้งที่สตาร์ทเครื่องดีเซล เราควรรอให้สัญลักษณ์นี้ดับไปก่อน ถึงค่อยบิดกุญแจ จะทำให้รถสตาร์ทติดง่าย
10. เข็มขัดนิรภัย
สัญลักษณ์นี้ จะกระพริบเมื่อไม่มีการคาดเข็มขัดนิรภัยของที่นั่งฝั่งคนขับหลังสตาร์ทรถ โดยรุ่นใหม่ๆจะมีเสียงเพื่อสร้างความรำคาญใจด้วย และในบางรุ่นเมื่อมีการนั่งในฝั่งผู้โดยสารข้างคนขับ ก็จะมีการแสดงเตือนด้วยเช่นกัน แต่สัญลักษณ์นี้จะดับไป เมื่อมีการคาดเข็มขัดเรียบร้อย
11. ถุงลมนิรภัย
ในรถรุ่นใหม่ส่วนใหญ่ จะมีอุปกรณ์เพิ่มความปลอดภัยอย่างถุงลมนิรภัย หรือ Airbag กันหมดแล้วครับ โดยถ้าสัญลักษณ์นี้แสดงขึ้นมาค้างหลังจากสตาร์ทเครื่องแล้ว ก็ต้องเอารถเข้าอู่หรือศูนย์บริการเพื่อตรวจสอบการทำงานได้เลยครับ เพราะถ้าเกิดอุบัติเหตุ ถุงลมนิรภัยอาจจะไม่ทำงานได้
12. ABS
เช่นเดียวกันกับสัญลักษณ์ถุงลมนิรภัย ถ้าในรถคันนั้นมีระบบเบรก ABS แล้วระบบตรวจพบการทำงานที่ผิดปกติ สัญลักษณ์นี้ก็จะแสดงขึ้นมา ให้นำรถเข้าตรวจสอบกับศูนย์บริการหรืออู่ทันทีครับ แต่ระบบเบรกยังสามารถใช้งานได้ปกติอยู่ เพียงแต่เมื่อมีการเบรกกะทันหัน ระบบ ABS อาจจะไม่ทำงานเท่านั้นเอง
13. น้ำมันเครื่อง
สัญลักษณ์รูปกรวยน้ำมันนี้ จะแสดงขึ้นมาเมื่อระดับน้ำมันเครื่องต่ำมาก ให้รีบตรวจสอบระดับน้ำมันเครื่องแล้วเติมให้อยู่ในระดับปกติทันทีครับ แต่ก็มีโอกาสเป็นอาการอื่นได้อีกเช่น ถ้าเช็คแล้วน้ำมันเครื่องไม่ขาด แต่สัญลักษณ์แสดงขึ้นมา ถ้าแบบนี้ก็เป็นไปได้ว่า ตัวปั๊มน้ำมันเครื่องอาจมีปัญหา ไม่มีแรงดันน้ำมันเครื่องไปหล่อเลี้ยงตามจุดต่างๆ ก็อาจทำให้มีการแจ้งเตือนได้เช่นกัน
14. เครื่องยนต์
ถ้าไฟรูปเครื่องโชว์ขึ้นมาแล้วไม่ดับเมื่อไหร่ แสดงว่าการทำงานของเครื่องยนต์เริ่มมีปัญหาแล้วครับ ซึ่งถือเป็นสัญลักษณ์ที่ครอบจักรวาลของเครื่องยนต์มากๆ เพราะตัวนี้ตัวเดียว อาจแจ้งความผิดปกติหลายอย่าง เช่น ค่าอ็อกซิเจนผิดปกติ, สายพานเกินระยะกำหนด, ตัว ECU มีปัญหา ฯลฯ ซึ่งถ้าไฟรูปเครื่องติด ต้องทำการตรวจสอบด้วยเครื่องของทางศูนย์บริการหรืออู่ โดยเสียบอุปกรณ์กับช่อง OBD (On-Board Diagnostics) จะมีค่า Error แจ้งมา ก็จะรู้ได้ว่าเครื่องยนต์ทำงานผิดปกติตรงไหนได้ครับ ซึ่งรถส่วนใหญ่จะยังทำงานได้ปกติ แต่ในบางรุ่น (โดยเฉพาะรถทางฝั่งยุโรป) จะล็อกความเร็วไว้ให้ไม่เกิน 60 กม./ชม. เพื่อให้ผู้ใช้งานนำรถเข้าตรวจสอบที่ศูนย์บริการทันที และป้องกันไม่ให้เครื่องยนต์เสียหายไปมากกว่าเดิม
15. สัญลักษณ์รูปตู้จ่ายน้ำมันแต่มีจุดอยู่ด้านล่าง
บ่งบอกว่ากรองน้ำมัน มีปัญหา อาจเป็นเพราะกรองน้ำมันตัน หรือ มีน้ำผสมอยู่ในน้ำมันมาก
สัญลักษณ์ไฟเตือนนี้ เป็นไฟเตือนเบื้องต้นที่รถยนต์ส่วนใหญ่ในปัจจุบันจะมีอยู่ครับ แต่สำหรับบางรุ่น อาจจะมีแตกต่างกันไปบ้าง เช่น ไฟตัดหมอก, สถานะ Cruise Control, ECO Mode เป็นต้น ดังนั้นการศึกษาข้อมูลเบื้องต้นด้วยการอ่านคู่มือประจำรถ ก็จะทำให้เราสามารถตรวจสอบได้เบื้องต้น ไม่ต้องเสียเวลาไปศูนย์บริการหรืออู่ทุกครั้งที่มีการแจ้งเตือนนะ
ขอบคุณข้อมูลจาก : autodeft , frank
Loading...
“โอนเงินผิดบัญชี” ไม่ต้องตระหนกตกใจเพียงแต่กระทำตามนี้ได้เงินคืนแน่ๆ(รายละเอียด)
ปัจจุบันการทำธุรกรรมทางการเงินเป็นสิ่งที่แพร่หลายเป็นอย่างมากในชีวิตประจำวันของคนเราต้องทำกิจกรรมเกี่ยวกับเรื่องเงินมากกว่าการใช้เงินซื้อของ มีทั้งการโอนเงิน จ่ายเงิน ฝากเงิน และอื่น ๆ อีกมากมายและก็มีเครื่องมืออำนวยความสะดวกในการทำธุรกรรมทางการเงินเกิดขึ้นมากมายเช่นกัน อาทิ ตู้ ATM แอปพลิเคชันทางโทรศัพท์ ซึ่งหลายๆ คนคงเคยประสบปัญหาจากการทำธุรกรรมทางการเงินกันอยู่บ่อยๆ ที่เป็นปัญหาที่พบบ่อยที่สุดคือ การโอนเงินผิดบัญชี
หลายคนเมื่อเจอเหตุการณ์แบบนี้ก็มักจะตกใจที่ต้องสูญเงินไป ทำอะไรไม่ถูก วันนี้เรามีขั้นตอนการแก้ไขปัญหาโอนเงินผิดบัญชีมาฝากกัน เป็นวิธีง่ายๆ แต่ใช้ได้ผลจริงทุกราย
หลายคนเมื่อเจอเหตุการณ์แบบนี้ก็มักจะตกใจที่ต้องสูญเงินไป ทำอะไรไม่ถูก วันนี้เรามีขั้นตอนการแก้ไขปัญหาโอนเงินผิดบัญชีมาฝากกัน เป็นวิธีง่ายๆ แต่ใช้ได้ผลจริงทุกราย
1. เก็บหลักฐานการโอนเงินต่าง ๆ ไว้ให้ครบ ทั้งสลิปการโอนเงิน หรือบันทึกหน้าจอการโอนเงินทาง Internet Banking และ Mobile Banking
2. ติดต่อไปยังธนาคารของเรา เพื่อแจ้งปัญหาและสอบถามวิธีการขอคืนเงิน ทั้งนี้ ธนาคารแต่ละแห่งก็จะมีวิธีการปฏิบัติที่แตกต่างกันออกไป แต่โดยปกติที่จะให้ทำคือ ให้นำเอกสารการโอนเงินรายการที่ผิดบัญชีและสำเนาบัตรประชาชน
ของเจ้าของบัญชีไปแจ้งความที่สถานีตำรวจแล้วนำหลักฐานการแจ้งความยื่นไปยังธนาคาร3. ทางธนาคารจะช่วยประสานงานไปยังเจ้าของบัญชีที่เราโอนเงินของเราเข้าไปให้ผิดบัญชีเพื่อติดต่อขอเงินคืน เนื่องจากธนาคารไม่มีสิทธิตัดเงินจากบัญชีของลูกค้าโดยไม่ได้รับอนุญาต ดังนั้นเมื่อธนาคารติดต่อไปยังเจ้าของบัญชีอีกฝั่งหนึ่งแล้ว แต่เจ้าของบัญชีรายนั้นไม่ยินยอมที่จะโอนเงินคืนกลับให้เรา ก็ถือว่าหน้าที่ของธนาคารแล้ว
4. หากเป็นดังกรณีข้างต้น จะต้องไปฟ้องร้องเพื่อขอเงินคืนด้วยตัวเองจากเจ้าของบัญชีอีกฝั่งหนึ่งเอง เนื่องจากทางธนาคารถือว่าการทำธุรกรรมนั้นๆเราเป็นคนทำเอง จึงไม่เกี่ยวกับทางธนาคารที่จะรับผิดชอบหรือชดเชยเงินให้
5. หากเกิดเหตุการณ์ในกรณีกลับกัน คือ มีคนโอนเงินมาให้เราผิดบัญชี หากเกิดกรณีแบบนี้ อย่าเพิ่งรีบร้อนโอนเงินกลับไป อย่างน้อยต้องรอสอบถามคนทีจะ่โทรมาก่อนว่า โทรมาจากธนาคารอะไร มีรายการผิดปกติอะไรเกิดขึ้น และบอกปลายสายไปว่าขอตรวจสอบรายการกับธนาคารก่อนที่จะทำการโอนเงินกลับไปให้คนที่โทรมาหา
สิ่งสำคัญที่จะต้องสังเกตอีกอย่าง คือ คนที่โทรมาจะต้องแจ้งปัญหาที่เกิดขึ้นจากการโอนเงิน มากกว่าการสอบถามข้อมูลส่วนตัวของเรา และแจ้งให้เราตรวจสอบรายการบัญชีของตัวเราก่อน หากโทรมาเพื่อบอกให้เราทำรายการโอนเงินคืนให้เพียงอย่างเดียว ควรถามชื่อและเบอร์โทรติดต่อกลับ ที่จะต้องเป็นเจ้าหน้าที่ของธนาคารเท่านั้น
หลังจากได้รับโทรศัพท์แจ้งการโอนเงินผิดบัญชีแล้ว เราก็ต้องตรวจสอบบัญชีของเราว่ามีเงินโอนเข้ามาตามที่มีการโทรแจ้งหรือไม่ โดยตรวจสอบทาง Internet Banking หรือ Mobile Banking
แต่ถ้าบัญชีไม่มี Internet Banking หรือ Mobile Banking สามารถตรวจสอบการโอนเงินเข้าบัญชีได้โดยโทรสอบถามที่ Call Center หรือติดต่อที่สาขาของธนาคาร
เพื่อดูรายการโอนเงินเข้าบัญชีของเรา ถ้าหากตรวจสอบแล้วมีการโอนเงินเข้ามาจริงๆ และไม่ใช่เงินของเรา ก็ทำการโอนเงินกลับไปให้เจ้าของบัญชี
ขอบคุณ แหล่งที่มา
Loading...
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)
Loading...
Loading...



























